Make your own free website on Tripod.com

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้

โดยคุณอนุรัตน์ ระยับพันธุ์ anuratr@hotmail.com

คราวนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ในแบบที่ท่านทำได้เอง  สำหรับงานนี้เราต้องมุดใต้ท้องรถกันมากหน่อย บทความในตอนนี้ขอเสนอวิธีการสำหรับรถที่ใช เกียร์ออโต้รหัส 01M  (เป็นเกียร์รุ่นปัจจุบันที่ไม่มีก้านวัดระดับน้ำมันเกียร์) สำหรับเกีบร์รุ่นก่อนหน้าคือรุ่น 096 ที่ใช้กับ Audi80, Golf/Vento รุ่นแรกที่เข้ามาในบ้านเรานั้น (รุ่นที่มีก้านวัดระดับน้ำมันเกียร์) จะเพิ่มเติมให้ในลำดับต่อไปครับ

..พร้อมหรือยังครับ  ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเตรียมอุปกรณ์กันก่อนเพื่อลดปัญหาความขลุกขลักในการทำงาน  ขอให้คุณเตรียมพร้อมดังรายการต่อไปนี้ครับ

เครื่องมือ
1. แม่แรงยกรถ
2. สามขาค้ำยัน
3. ประแจ L
4. ประแจเบอร์ 17 (สำหรับถอด guard ป้องกันอ่างน้ำมันเกียร์)
5. ประแจบล๊อกเบอร์ 10 (สำหรับถอดอ่างน้ำมันเกียร์)

อะไหล่ที่ต้องเตรียม
1. น้ำมันเกียร์ 3-4 กระป๋อง (เลือกใช้ให้ตรงกับรุ่นปีของรถคุณ)
2. ประเกนอ่างน้ำมันเกียร์
3. กรองน้ำมันเกียร์
4. O-Ring กรองน้ำมันเกียร์ (กรองเกียร์บางรุ่นจะมี O-Ring มาให้เลย)
อื่นๆ
1. ถาดรองน้ำมัน หรือแกลลอนน้ำมันเครื่อง
2. เบนซิน (สำหรับล้างทำความสะอาด)
3. กระบวยกรอกน้ำ
4. สายยาง (ใช้ต่อจากกระบวยมายังช่องเติมน้ำมันเกียร์)
  1. ทิ้งเครื่องไว้จนเย็น หรือถ้ามีเวลามากพอก็ให้ทิ้งรถไว้หนึ่งคืนเพื่อให้น้ำมันไหลลงมาที่อ่างน้ำมันเกียร์ (Oil Sump)ให้ได้มากที่สุด  เตรียมหาภาชนะรองน้ำมันที่เราจะถ่ายออก เอาที่จุได้มากๆหน่อย หรืออย่างง่ายที่สุดคือหาแกลลอนน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วมาเจาะด้านข้างออก
  1. ใช้แม่แรงยกหน้ารถขึ้น แล้วเอาสามขาสอดค้ำไว้เพื่อความมั่นคง จากนั้นมุดเข้าไปถอด guard ป้องกันอ่างน้ำมันเกียร์ออกเป็นอันดับแรก
  1. ตอนนี้จะเห็นอ่างน้ำมันเกียร์ชัดๆ มุดต่อไปอีกนิดจะเห็นปลั๊ก drain ใต้อ่าง (หมายเลข 2 ในภาพ) ตอนนี้ให้นำภาชนะรองน้ำมันที่เราเตรียมไว้มารอตรงแนวปลั๊กถ่ายน้ำมันได้เลย ใช้ประแจ L ไขปลั๊ก คราวนี้น้ำมันเกียร์ก็จะไหลออกมาอย่างง่ายดาย
  2.  
  1. น้ำมันยังออกมาไม่หมดครับ...ที่รู drain น้ำมันนั้นจะมี overflow tube (หมายเลข 1 ในภาพ)ให้ใช้ประแจ L ตัวเดิมสอดเข้าไปลึกๆ แล้วคลายเกลียวเพื่อถอดออก คราวนี้ก็จะมีน้ำมันไหลออกมาอีก
  1. ต่อไปเป็นขั้นตอนการถอดอ่างน้ำมันเกียร์ ตอนนี้เราเอาปลั๊ก drain อุดกลับไปก่อน (ส่วน overflow tube นั้นไว้ทีหลังตอนที่ล้างอ่างเรียบร้อยแล้ว อย่าทำหายล่ะ) ใช้ประแจบล๊อกเบอร์ 10 ค่อยๆ ขันคลายออกมา เอามือประคองอ่างลงมาตรงๆ ตอนที่อ่างใกล้จะหลุดจากเสื้อเกียร์ ไม่งั้นอาจมีการหกเลอะเทอะได้  ส่วนภาชนะรองของเรายังคงทิ้งไว้ใต้เกียร์เพราะยังมีน้ำมันเกียร์ไหลหยดลงมาเป็นระยะๆ
  1. ต่อไปก็ถอดกรองน้ำมันเกียร์ออกมา โดยดึงออกมาตรงๆ ถึงตอนนี้คุณจะเห็น Valve Body นั่งยิ้มติดอยู่ที่เกียร์ ใช้ผ้าสะอาดที่ไม่มีเส้นใยหลุดได้ง่าย นำมาซับน้ำมันที่ค้างตามจุดต่างๆ  โดยปกติแล้วถ้าเกียร์เราไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกะมัน แต่ถ้าเคยมีอาการแปลกๆ เช่นเกียร์กระตุกอย่างแรงหรือออกตัวกระชาก เราค่อยถอดมันมาล้าง ซึ่งคงต้องบรรยายกรรมวิธีอย่างละเอียด แยกเป็นเรื่องใหม่ในคราวหน้าครับ
  1. เนื่องจากบริเวณของเสื้อเกียร์ที่สัมผัสกับประเกนอ่าง จะมีคราบยางของประเกนเก่าติดอยู่ ให้ทำความสะอาดให้หมดคราบและรอยนูน เพื่อที่ประเกนใหม่จะได้แนบสนิทไม่รั่วซึมในภายหลัง
  1. สำหรับอ่างน้ำมันเกียร์ที่คุณเพิ่งถอดออกมานั้น จะเห็นผงโลหะเกาะกันเป็นกลุ่ม ซึ่งตรงนั้นจะมีแม่เหล็กติดไว้ สำหรับดูดผงโลหะไม่ให้กลับเข้าไปในระบบเกียร์ ให้ใช้แผ่นพลาสติกบางๆช้อนออกทิ้งไป จากนั้นจัดการล้างอ่างให้สะอาด ด้วยน้ำมันเบนซิน สำหรับประเกนยางตัวเก่าก็ถอดทิ้งไปได้
    หมายเหตุ : เก็บปลอกแหวนทองเหลืองทั้ง 4 ตัวไว้เป็น spare ก็ดีครับ เพราะผมเคยสอบถามอะไหล่ประเกนจากร้านย่านวรจักร ซึ่งจะมีขายแต่ประเกน ไม่มีชุกปลอกแหวน เหมือนอย่างที่ซื้อจากศูนย์ฯ

 

  1. นำกรองน้ำมันเกียร์ตัวใหม่ใส่เข้าไปยัง Valve Body โดยดันเข้าไปเพียงเล็กน้อยมันก็จะล็อกได้เอง สำหรับกรองเกียร์บางยี่ห้อที่ทำมาสำหรับรุ่นนี้จะมี O-Ring มาใหม่มาให้เรียบร้อย ก็อย่าลืมถอด O-Ring ตัวเก่าซึ่งติดอยู่ที่ Valve Body ออกมาด้วย แต่ถ้าของที่คุณซื้อมาไม่มี O-Ring มาให้ด้วย ก็ใช้ตัวเดิมไปก่อนได้ แต่ถ้าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันคราวหน้าก็อย่าลืม

  1. นำอ่างน้ำมันเกียร์ที่ล้างสะอาดเอี่ยมมาใส่ overflow tube และปลั๊ก จากนั้นจึงใส่ประเกนตัวใหม่ที่ขอบของอ่างให้เรียบร้อย อย่าลืมใส่แหวนทองเหลืองที่จุดยึดน๊อตให้เรียบร้อยในแต่ละจุดด้วย จากนั้นจึงติดตั้งอ่างน้ำมันเกียร์กลับเข้าไปยังเสื้อเกียร์ torque ที่ใช้ในการขันคือ 12 นิวตัน-เมตร (หรือ 9 ฟุต-ปอนด์) ระวังในเรื่องการขันหน่อยนะครับ อย่าให้ปีนเกลียว ทั้งนี้เพราะเสื้อเกียร์เป็นอลูมิเนียม ซึ่งอ่อนกว่าน๊อตตัวผู้ที่เป็นสเตนเลส มิฉะนั้นจะรูดแบบที่ผมเคยเจอกับตัวเอง ส่วน guard ป้องกันอ่างน้ำมันเกียร์นั้น เรายังไม่ต้องใส่ในตอนนี้ เพื่อจะได้ตรวจดูจุดรั่วซึมต่างๆได้ภายหลัง
  1. เอาสามขาค้ำยันรถออกเพื่อให้ระดับของหัวและท้ายรถอยู่ในแนวขนานกับพื้น
  1. ถอดปลั๊กเติมน้ำมันเกียร์ออก ต่อกระบวยเข้ากับสายยางที่เตรียมไว้  สอดปลายของสายยางไปที่ช่องเติมน้ำมันเกียร์ แล้วเติมน้ำมันเกียร์ได้เลย ถ้ารถคุณไม่ได้จอดค้างคืนก็ใช้ประมาณ 3 ลิตร ขึ้นกับว่าจอดทิ้งไว้นานแค่ไหน แต่ถ้าจอดข้ามคืนหรือนานกว่านั้น ก็คงต้องเตรียมกระป๋องที่ 4ไว้ด้วยเพราะน้ำมันใน Torque Converter คงลงมาที่อ่างเยอะพอควร (สังเกตุได้จากปริมาณน้ำมันเก่าที่ถ่ายออกไปแล้ว)
  1. ติดเครื่องยนต์ไว้ประมาณ 3 - 4 นาที โดยเหยียบเบรคแล้วเข้าเกียร์เลื่อนไปทุกตำแหน่ง เพื่อให้น้ำมันถูกดูดไหลเวียนขึ้นไป,   ตามสเปคจะกำหนดให้อุณหภูมิน้ำมันเกียร์อยู่ที่ 45 องศาเซลเซียสแล้วจึงค่อยวัดระดับน้ำมัน แต่ถ้าคุณไม่มีเครื่องมือวัดอุณหภูมิ  วิธีง่ายๆคือให้เอามือแตะใต้อ่างน้ำมันเกียร์ ถ้าอุ่นจัดๆ เป็นอันใช้ได้ ให้รีบทำ step ต่อไปทันที
  1. งานนี้ให้มุดไปถอดปลั๊กน้ำมันเกียร์เพื่อเช็คระดับน้ำมัน (ส่วน overflow tube คราวนี้ไม่ต้องไปยุ่งกะมันนะ) อย่าลืมเอาถาดมารองน้ำมันด้วย เมื่อปลดปลั๊กจะต้องมีน้ำมันไหลออกมา (ซึ่งเป็นน้ำมันที่เกินระดับของ overflow tube) เราปล่อยให้มันไหลลงจนใกล้ที่จะขาดสาย (โดยไม่ต้องรอให้ถึงกับเป็นหยด) รีบอุดปลั๊กกลับเข้าที่เดิม...ขันให้แน่น  แต่ถ้าหากว่าคุณปลดปลั๊กแล้วไม่มีน้ำมันไหลออกมาก็ให้เติมน้ำมันเพิ่มเข้าไป แล้วเช็คอย่างที่ว่ามาในตอนต้น งานนี้เราต้องรีบทำในเวลาอันสั้น เพราะอุณหภูมิของน้ำมันเกียร์จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้การวัดระดับน้ำมันไม่แม่นยำนัก อย่าลืมปิดช่องเติมน้ำมันให้เรียบร้อย
  1. ต่อไปก็ลองรถสิครับ ลองขับที่ความเร็วต่ำๆก่อนเพื่อสังเกตุการเปลี่ยนเกียร์ว่านุ่มนวลดีหรือเปล่า หากว่ามีการลากเกียร์นานกว่าปกติแล้วจึงค่อยเปลี่ยน ก็ขับกลับมาเติมน้ำมันเกียร์เพิ่มอีกนิดนึงแล้วทดลองขับต่อ
  1. เมื่อทุกอย่างได้ที่ คราวนี้ยกรถอีกครั้งเพื่อตรวจดูจุดรั่วซึมต่างๆ ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เราก็เอา guard ป้องกันอ่างน้ำมันเกียร์ประกอบกลับเข้าไป (ระวังเรื่องการขันน๊อตอีกเช่นกันครับ) เป็นอันเสร็จ

ใครที่มีเทคนิคดีๆ หรือคำแนะนำเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ส่ง mail ไปหาผมได้ที่ anuratr@hotmail.com

ขอขอบคุณ คุณปกรณ์พล เทวฤทธิ์ (หนึ่ง) , คุณสิริชัย สุเมธวรกุล (ไก่) , คุณจุลเดช อร่ามศรี (ตุ้น)
สำหรับข้อมูล / วิธีการ / ตัวอย่างสำหรับการถ่ายภาพ